<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/index/id/685</link>
<atom:link href="https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/index/id/685" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[💉วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า…มีที่มาอย่างไร 💉]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/317235</link>
<guid isPermaLink="false">68821e24137abbb84c5b80a03c38c76d</guid>
<pubDate>Wed, 21 Aug 2024 11:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://prtechnicaldm.prd.go.th/cms/s16/u221/S_7094280.jpg" style="width: 450px; height: 318px;" /></p>

<p>💉วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&hellip;มีที่มาอย่างไร 💉</p>

<p>ทุกท่านคงจะรู้กันอยู่แล้วว่าวัคซีนนั้นสำคัญต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและมีข้อกำหนดให้ทำวัคซีนในทุกๆปี เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าสามารถติดต่อได้ทั้งในสัตว์เลี้ยงและในคน เป็นโรคที่อันตรายถึงแก่ชีวิตแต่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน&nbsp;<br />
🐕🐈<br />
วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก หรือ World Rabies Day ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยองค์กร Global Alliance for Rabies Control (GARC) กำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เพื่อเป็นการระลึกถึงนายหลุยส์ ปาสเตอร์ ชาวฝรั่งเศส ผู้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นวันสำคัญในการสร้างความเข้าใจถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้าและความสำคัญของการให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งในปีพ.ศ.2567นี้ ทางสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่งจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง รอติดตามข่าวได้ที่เพจคลินิกภูมิคุ้มกันในสัตว์เลี้ยง สถานเสาวภา สภากาชาดไทยได้เลย!</p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20240821114153618f70a6eddb2e35d7e0ef23fe111215.jpg' type='image/jpg' length='560188' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/181972</link>
<guid isPermaLink="false">5e5b212964cb92ffe9ef4f071a605167</guid>
<pubDate>Tue, 16 May 2023 12:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;"><strong>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</strong></span></p>

<p>เป็นพระราชพิธีซึ่งจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทย กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา อันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันในพระราชพิธีอื่น ๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ให้จัดขึ้นในวันนั้น&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมางานแรกนาขวัญมีแต่เพียงพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น จนกระทั่ง ถึงรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่าง ๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจึงได้เริ่มมีขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงมีชื่อเรียกรวมกันว่า &ldquo;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&rdquo;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้กำหนด ให้วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เป็นวันประกอบพระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีทำขวัญ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบพระราชพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับในวันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เป็นวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ จะประกอบพระราชพิธี ณ มณฑลพิธีสนามหลวง ในแต่ละปีได้มีการกำหนดว่า ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในปี พ.ศ. 2566 นี้ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา และผู้ที่มาทำหน้าที่ เทพี คู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวดวงพร &nbsp;งามประดิษฐ์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ กรมวิชาการเกษตร และนางสาวชลธิชา ทองอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวปนัดดา &nbsp;เปี่ยมมอญ &nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ &nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวภัทรปภา มินรินทร์ &nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับพระโคที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีฯ ประจำปีพุทธศักราช 2566 เป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน &nbsp;มีสีผิวขาวอมชมพู &nbsp;ขนสีขาวสะอาด &nbsp;ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ &nbsp;หรือสีอื่นบนลำตัว &nbsp;เขามีสีขาว &nbsp;ลำตัวเป็นลำเทียน &nbsp;เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม &nbsp;ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน &nbsp;ขนตาสีชมพู &nbsp;บริเวณจมูกขาว &nbsp;กีบสีขาว &nbsp;ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว &nbsp;ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง &nbsp;เวลายืนและเดินสง่า<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;พระโคพอ มีความสูง 165 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 225 เซนติเมตร &nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก 214 เซนติเมตร อายุ 11 ปี นายสมชาย ดำทะมิส &nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคพอ แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์ นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พระโคเพียง มีความสูง 169 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 238 เซนติเมตร &nbsp;ความสมบูรณ์ &nbsp;รอบอก 209 เซนติเมตร อายุ 11 &nbsp;ปี นายอาคม &nbsp;วัฒนากูล &nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพียง แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์ นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็น &ldquo;วันเกษตรกร&rdquo; ประจำปีด้วย &nbsp;เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรร่วมกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพทางเกษตรกรรม ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นอาชีพที่มีความสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศชาติ นอกจากนี้ ในงานพระราชพิธีฯยังมีการมอบรางวัลและยกย่องประกาศเกียรติคุณให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติประเภทต่าง ๆ รวมทั้งปราชญ์เกษตรของแผ่นดินที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติอีกด้วย</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230516f2bbb3f5ee318dccc866695062fc0a5c122706.jpg' type='image/jpg' length='1997372' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หยาดฝนหรั่งริน สู่ดินของพระราชา]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/171355</link>
<guid isPermaLink="false">00ab3fa13225a245eb69cdb882cd0da6</guid>
<pubDate>Mon, 03 Apr 2023 10:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในป่ามีต้นไม้ใหญ่น้อยแน่นขนัด มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ เป็นแหล่งนิเวศน์ที่สำคัญและเป็นที่พึ่งพิงของคน รวมถึงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ยิ่งประเทศเรานั้นเป็นประเทศประกอบเกษตรกรรมเป็นหลัก พื้นที่ป่าจึงเป็นตัวแปรสำคัญของสภาพภูมิอากาศและความผันแปรของฤดูกาล ในปัจจุบันพื้นที่ป่ามีการบุกรุกมากขึ้น มนุษย์ได้ขยายพื้นที่ทำกินรุกรานพื้นที่ป่ามากขึ้น แน่นอนสมการความสมดุลของสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศย่อมผันผวนไป ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าพื้นที่ป่าลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อความคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำในเขื่อนมีความผันผวนทำให้ยากในการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก และการอุปโภคบริโภค</p>

<p>ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมประชาชนและทอดพระเนตรเห็นความแห้งแล้งเกิดขึ้นทั่วไป หลายแห่งประสบปัญหาพื้นดินแห้งแล้ง หรือการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค การทำการเกษตรเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรมักจะประสบความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในระยะวิกฤติของพืชผล กล่าวคือหากขาดน้ำในระยะนี้จะทำให้ผลผลิตต่ำหรืออาจทำให้ผลผลิตที่มีอยู่เสียหายได้ สร้างความเดือดร้อนอย่างสาหัสและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรอย่างมหาศาล นอกจากนี้ภาวะความต้องการใช้น้ำของประเทศนับวันจะทวีปริมาณความต้องการสูงขึ้นเพราะการขยายตัวเจริญเติบโตทางด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนจากแหล่งทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล และทรงความอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ประกอบด้วยคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ ทรงสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้นแล้ว จึงได้มีพระราชดำริครั้งแรก ในปี 2498 แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ว่าจะทรงค้นหาวิธีการที่จะดึงเมฆให้กลายเป็นฝนตกลงมาข้างล่าง โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์กับทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีศักยภาพของการเป็นฝนให้ได้เพื่อคืนความชุ่มชื่นให้กลับมาสู่พื้นดินอีกครั้งและในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 นับเป็นวันปฐมฤกษ์ปฏิบัติการทดลองทำฝนเทียมกับเมฆในท้องฟ้าเหนือภาคพื้นดิน ในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ได้เปลี่ยนสีของฐานเมฆจากขาวเป็นเทาเข้ม แม้จะไม่ทำให้เกิดฝนตกในบริเวณที่ทดลอง แต่นับว่าผลการทดลองที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการปฏิบัติการฝนหลวงในครั้งนี้ทำให้เกิดการพัฒนา ทดลอง ปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อ ๆ ไปจนประสบผลสำเร็จอย่างเช่นปัจจุบัน<br />
<br />
เรียบเรียงโดย ดนัย ไพรวัลย์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230403076c682ebb68dfea51c3692823233cdd101222.jpg' type='image/jpg' length='122054' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เต่าทะเล]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/167709</link>
<guid isPermaLink="false">9be299f72f81b5a0de6a4339f594d9ed</guid>
<pubDate>Tue, 21 Mar 2023 12:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://prtechnicaldm.prd.go.th/cms/s16/u221/335679078_534977452144735_166081.jpg" style="width: 450px; height: 450px;" /></p>

<p>เต่าทะเลมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล และเป็นตัวที่ทำให้ระบบนิเวศน์มีความอุดมสมบูรณ์ เต่าทะเลจึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของห่วงโซ่อาหาร เช่น</p>

<p>- ซากไข่เต่ามีสารอาหารและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อชายหาดและหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเล และช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นและพายุ</p>

<p>- เต่าทะเลกินแมงกะพรุนและหญ้าทะเลเป็นอาหาร ช่วยควบคุมปริมาณแมงกะพรุนและหญ้าทะเลในธรรมชาติให้เหมาะสม สมดุล</p>

<p>- เต่าทะเลกินฟองน้ำทะเลเป็นอาหาร ถือเป็นการควบคุมปริมาณฟองน้ำ ซึ่งส่งผลดีต่อปะการังและสัตว์ที่อาศัยในแนวปะการัง</p>

<p>- เต่าทะเลที่โตเต็มวัยเป็นอาหารของฉลามและวาฬเพชรฆาต ซึ่งก็มีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์ฉลามและวาฬเพชรฆาต</p>

<p>- เต่าทะเลตัวใหญ่สามารถเป็นที่พึ่งพาอาศัยให้กับเพรียงทะเล ปลาขนาดเล็ก และยังเป็นที่พักกลางทะเลให้แก่นกทะเล</p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/202303216434b0be44a475bcacdbe05b4fc68e19120050.jpg' type='image/jpg' length='82618' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[21 มีนาคม "วันป่าไม้สากล"]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/167632</link>
<guid isPermaLink="false">b3dd2ad0c98665559abc66f190bdf779</guid>
<pubDate>Tue, 21 Mar 2023 09:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="font-size:28px;">21 มีนาคม &quot;วันป่าไม้สากล&quot;</span></strong></p>

<p><span style="font-size:28px;">&ldquo;ป่าไม้&rdquo; เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์และโลกทั้งในด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ โดยป่าไม้ช่วยให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้นด้วยการอุ้มน้ำไว้ในดินและค่อยๆ ไหลลงสู่ลำธาร อีกทั้งช่วยฟอกอากาศและดักจับคาร์บอนผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงเพิ่มระดับออกซิเจน ทำให้อากาศบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น</span><span style="font-size:28px;">นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของปัจจัยสี่ ซึ่งมีการศึกษาพบว่า เด็กๆ ในประเทศแถบแอฟริกาที่ใกล้ชิดป่าไม้จะได้รับอาหารที่มีความหลากหลายมากกว่าเด็กที่ไม่ได้ใกล้ชิดป่ามากถึง 25% อีกทั้งพืชพันธุ์ในป่าแอฟริกากว่า 50,000 ชนิด ก็สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้</span><span style="font-size:28px;">ปัจจัยด้านเครื่องนุ่งห่ม ป่าไม้มีพืชพันธุ์ที่มีเส้นใยนำมาใช้ในการถักทอเป็นเสื้อผ้าได้ และปัจจัยด้านที่อยู่อาศัย ไม้ในป่าก็สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของบ้านเรือน จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างล้วนช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น แล้วทำไมเราถึงยังคงทำลายและรับประโยชน์จากป่าไม้อยู่ฝ่ายเดียว ถึงเวลาแล้ว ! ที่เราต้องเป็นฝ่ายให้สิ่งดีๆ แก่ผืนป่าบ้าง มาช่วยกันปลูกป่าและอนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่ต่อไป</span></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUQN1s-0oaKrtQDD7AL6_wieePZXMvBsraGVILcqqLUGv-PclYQWL2OQcLpkVNl_Tdoj5UmOODLgPbuwTmF7milSV7sNppBxV3xKnxctegbgFDsH2Lfo92w0wxMciU1OlvRBd8eNye5iC3Qz_qrxl03U_R-GqLobbYEGHioIphMnV5ZB2GefnTk--cISLh-8eY&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230321989ba02e92aa7a7fa9a1b99bf3813bbd093804.jpg' type='image/jpg' length='849752' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[21 มีนาคม "วันป่าไม้สากล"]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/167633</link>
<guid isPermaLink="false">7277de94c8b6b1a9834008c159b57da1</guid>
<pubDate>Tue, 21 Mar 2023 09:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="font-size:28px;">21 มีนาคม &quot;วันป่าไม้สากล&quot;</span></strong></p>

<p><span style="font-size:28px;">&ldquo;ป่าไม้&rdquo; เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์และโลกทั้งในด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ โดยป่าไม้ช่วยให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้นด้วยการอุ้มน้ำไว้ในดินและค่อยๆ ไหลลงสู่ลำธาร อีกทั้งช่วยฟอกอากาศและดักจับคาร์บอนผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงเพิ่มระดับออกซิเจน ทำให้อากาศบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น</span><span style="font-size:28px;">นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของปัจจัยสี่ ซึ่งมีการศึกษาพบว่า เด็กๆ ในประเทศแถบแอฟริกาที่ใกล้ชิดป่าไม้จะได้รับอาหารที่มีความหลากหลายมากกว่าเด็กที่ไม่ได้ใกล้ชิดป่ามากถึง 25% อีกทั้งพืชพันธุ์ในป่าแอฟริกากว่า 50,000 ชนิด ก็สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้</span><span style="font-size:28px;">ปัจจัยด้านเครื่องนุ่งห่ม ป่าไม้มีพืชพันธุ์ที่มีเส้นใยนำมาใช้ในการถักทอเป็นเสื้อผ้าได้ และปัจจัยด้านที่อยู่อาศัย ไม้ในป่าก็สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของบ้านเรือน จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างล้วนช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น แล้วทำไมเราถึงยังคงทำลายและรับประโยชน์จากป่าไม้อยู่ฝ่ายเดียว ถึงเวลาแล้ว ! ที่เราต้องเป็นฝ่ายให้สิ่งดีๆ แก่ผืนป่าบ้าง มาช่วยกันปลูกป่าและอนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่ต่อไป</span></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUQN1s-0oaKrtQDD7AL6_wieePZXMvBsraGVILcqqLUGv-PclYQWL2OQcLpkVNl_Tdoj5UmOODLgPbuwTmF7milSV7sNppBxV3xKnxctegbgFDsH2Lfo92w0wxMciU1OlvRBd8eNye5iC3Qz_qrxl03U_R-GqLobbYEGHioIphMnV5ZB2GefnTk--cISLh-8eY&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230321989ba02e92aa7a7fa9a1b99bf3813bbd093804.jpg' type='image/jpg' length='849752' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำทบ]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/154796</link>
<guid isPermaLink="false">5e20a85c3cdfa61c631cfc14f0d88dc1</guid>
<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 10:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:24px;">โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำทบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการชลประทานลุ่มน้ำเลย โดยพิจารณาวางโครงการเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำเลย เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรในลุ่มน้ำเลยทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอดโดยให้มีการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำทบฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ และได้เริ่มก่อสร้างในปี 2561 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 อ่างเก็บน้ำมีขนาดความจุ 7.43 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันสนับสนุนน้ำต้นประชาชนเพื่ออุปโภคบริโภค จำนวน 7 หมู่บ้าน รวม 2,200 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 7,348 ไร่</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230131897602ca9488b934f88f77b2889d7b34103929.jpg' type='image/jpg' length='49795' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเลย]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/154794</link>
<guid isPermaLink="false">10842e2622b382f83a2de32c1ae16b5b</guid>
<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 10:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:24px;">จังหวัดเลย ถึงจะมีแม่น้ำสายสำคัญ ประกอบด้วย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเหือง แม่น้ำพอง และแม่น้ำเลย และมีแหล่งเก็บกักน้ำความจุรวม 85.43 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 7.55% ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย แต่น้ำส่วนที่เหลือที่มีประมาณมากได้ไหลลงแม่น้ำโขงแทบทั้งสิ้น จึงไม่แปลกเลยว่า พื้นที่ลุ่มน้ำนี้จะเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำ และน้ำหลากท่วม ดังที่ปรากฏมาโดยตลอด</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัสกับอธิบดีกรมชลประทาน ถึงการพัฒนาลุ่มน้ำเลย มีใจความสำคัญโดยสรุปคือให้พิจารณาวางโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำน้ำเลย อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำทบ และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำลาย นับแต่นั้นมาจนบัดนี้ ระยะเวลามากกว่า 40 ปี อ่างเก็บน้ำน้ำเลยจึงถือกำเนิดเป็นโครงการแรก ความจุ 35.807 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นส่วนหนึ่งของความจุรวม 85.43 ล้านลูกบาศก์เมตรดังกล่าว โดยเริ่มกักเก็บน้ำตั้งแต่ปี 2558 เฉพาะปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยที่ไหลลงอ่างน้ำเลยเฉลี่ยปีละ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำจึงไหลเต็มอ่างเก็บน้ำน้ำเลยอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับฤดูฝนปี 2559 อ่างเก็บน้ำน้ำเลยกักเก็บน้ำเต็มศักยภาพ 35.807 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เหลือต้องระบายลงสู่ท้ายอ่างไปยัง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ภูหลวง อ.วังสะพุง อ.เมือง และ อ.เชียงคาน ก่อนไหลลงแม่น้ำโขงแม่น้ำเลยไหลจากบริเวณ อ.ภูเรือ ลงมาทางใต้ ก่อนวกขึ้นเหนือผ่าน อ.ภูหลวง และอีก 3 อำเภอตามลำดับก่อนลงแม่น้ำโขง อ่างเก็บน้ำน้ำเลย มีระบบส่งน้ำ 2 แบบ คือระบบสถานีสูบน้ำตามฝายที่ก่อสร้างในลำน้ำเป็นระยะๆ เช่น ฝายบ้านทรายขาว ฝายยางบ้านท่าทิศเฮือง ฝายยางบ้านติดต่อ และฝายยางบ้านปากหมาก รวมทั้งฝายยางบ้านบุ่งกกตาลที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ ระบบนี้จะได้พื้นที่ชลประทาน 34,580 ไร่ อีกระบบเป็นระบบส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงผ่านคลองส่งน้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษาและต่อยอด ให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีก 24,912 ไร่ รวมแล้ว 59,592 ไร่</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&ldquo;อ่างเก็บน้ำน้ำเลย เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญของลุ่มน้ำเลย ทั้งการกักเก็บน้ำ ทั้งตัดยอดน้ำฤดูฝน ทั้งใช้ในฤดูแล้งและรักษาระบบนิเวศหล่อเลี้ยงลำน้ำ ส่งผลให้ราษฎรมีแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค จำนวน 27 หมู่บ้าน 5,960 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรได้รับประโยชน์ 24,590 ไร่</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230131f846cc3c75dbc14f7f33afc08919d378103758.jpg' type='image/jpg' length='48885' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[แนะประชาชนทำความสะอาด 7 จุดซ่อนฝุ่นภายในบ้าน]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/154789</link>
<guid isPermaLink="false">887898c98820fad318d5e042e0b832d6</guid>
<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><strong><span style="font-size:22px;">กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนทำความสะอาด 7 จุดซ่อนฝุ่นภายในบ้าน เพื่อลดปริมาณและป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ไม่ให้ส่งผลกระทบต่าร่างกาย </span><span style="font-size:22px;">ในช่วงที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM2.5&nbsp;เพิ่มสูงขึ้น หลายพื้นที่ของประเทศไทยนั้น ประชาชนควรใส่ใจทำความสะอาดบ้านหรือที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านที่เป็นแหล่งสะสมฝุ่นละออง ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ&nbsp;โดยเฉพาะ 7 จุดซ่อนฝุ่นภายในบ้านที่ต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่</span></strong><span style="font-size:22px;"><br />
1. เครื่องปรับอากาศ<br />
เช็ดทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ หรือหน้ากากเครื่องปรับอากาศ ด้วยผ้าเปียกบิดหมาด หรือเปิดน้ำเบา ๆ แล้วใช้แปรงขนอ่อนถูเบา ๆ จนสะอาดและนำไปผึ่งแดดหรือลมจนแห้งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง<br />
2. ผ้าม่าน<br />
ปลดผ้าม่านลงจากราง นำผ้าม่านไปแช่น้ำผสมผงซักฟอกประมาณ 30 &ndash; 60 นาที เพื่อให้ฝุ่นผงที่ฝังติดลึกในเนื้อผ้าคลายตัวออก ทำความสะอาด และนำไปตากจนแห้ง<br />
3. หลังตู้เสื้อผ้า<br />
ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ<br />
4. มุ้งลวด<br />
ถอดออกมาฉีดน้ำล้าง ใช้แปรงขนอ่อนขัดเบาๆ อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดร่วมด้วย ล้างให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดหรือลมจนแห้ง<br />
5. ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน<br />
ซักทำความสะอาด แล้วนำไปตากจนแห้ง และควรเปลี่ยนเป็นประจำ<br />
6. พรม<br />
ควรดูดฝุ่นเป็นประจำ สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด ควรเลี่ยงการใช้พรมในบ้าน<br />
7. พัดลม<br />
ถอดใบพัดและตะแกรงออกมาฉีดน้ำล้าง และใช้แปรงขนอ่อนขัดซี่ตะแกรง จากนั้นนำชิ้นส่วนที่ล้างเสร็จแล้วไปเช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้งสนิท หรือนำผึ่งลมจนแห้ง</span></h2>

<p><span style="font-size:22px;">ทั้งนี้ ต้องหมั่นรักษาความสะอาดและดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งพื้นที่ในบ้านและบริเวณรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ ให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นในช่วงที่มีฝุ่นละอองสูงอาจจะต้องเพิ่มความถี่ในการทำ ความสะอาดบ้านมากขึ้น รวมถึงสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีรอบบริเวณบ้าน โดยปลูกต้นไม้ที่มีลักษณะใบหนา หยาบ มีขน เพื่อช่วยดักฝุ่น รอบบ้าน เช่น ทองอุไร ตะขบฝรั่ง จามจุรี เป็นต้น และลดหรือเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองเพิ่ม เช่น การจุดธูป-เทียน การเผาขยะ การจุดเตาถ่าน และการสูบบุหรี่รวมทั้งการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดี ไม่ก่อให้เกิดควันดำ</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/20230131055f4dbbb611d659c5254d0a8c72fd49102631.jpg' type='image/jpg' length='2963013' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันครู]]></title>
<link>https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/content/category/detail/id/685/iid/150874</link>
<guid isPermaLink="false">f105795ec41f6677dbfbc7273658d512</guid>
<pubDate>Mon, 16 Jan 2023 10:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ ปีพ.ศ.2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภา เป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครูและครอบครัวครู ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู<br />
ด้วยเหตุนี้ในทุกๆ ปี คุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคยาจารย์หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น &ldquo;วันครู&rdquo; โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครู</span></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/file/get/file/202301162bf6d3a8d96dbb53449543d53fb73006102232.jpg' type='image/jpg' length='225056' />
</item>
</channel>
</rss>
